The Sound of Music Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โหมโรง (The Overture) คู่ใหญ่ฟัดเต็มสปีด (Rush Hours) ทุกภาค The Incredibles (รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก)
พระคริสตธรรมคัมภีร์ (The Holy Bible) ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประหลาด...เอ้ย!วัตถุประสงค์ The Purpose Driven Life The Bible Knowledge Commentary Longman Dictionary of Contemporary English
Favorite Quote
Your family is your first ministry. (Chatchai Charuwatee) การดูแลครอบครัวคือพันธกิจแรกของผู้รับใช้พระเจ้า
Your attitude determines your latitude. (Unknown) เจตคติของคุณคือสิ่งที่กำหนดระดับความสูงที่คุณจะก้าวไปถึง
What seems like an imperfect gift may be the means by which God perfects us. (Julie Ackerman Link) ของขวัญที่ดูเหมือนจะมีตำหนิ อาจเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อสร้างชีวิตของเราให้ไร้ที่ติ
As we express our gratitude, we must never forget that the highest appreciation is not to utter words, but to live by them. (John F. Kennedy)
Mature faith does not live by answers to prayer, but by prayer. (R. E. O. White)
Good judgement comes from experience, and experience--well, that comes from poor judgement. (Cousin Woodman) การตัดสินใจที่ถูกต้องเกิดจากประสบการณ์ และประสบการณ์เกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด
The function of education is to help you from childhood not to imitate anybody, but be yourself all the time. (Jiddu Krishnamurti) หน้าที่ของการศึกษาคือช่วยคุณสร้างเอกลักษณ์ในตัวของคุณเองแทนที่จะลอกเลียนแบบผู้อื่น(แปลแบบเรียบเรียงใหม่)
Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results. (Albert Einstein) คนที่เสียสติ คือ คนที่ทำสิ่งเดิมๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่คาดหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม
To think about death too much is morbid. Not to think about it at all is stupid. (Haddon Robinson) การหมกมุ่นคิดถึงความตายมากเกินไปนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ แต่การไม่คิดถึงความตายเลยก็เป็นความโง่เขลา
Today is yesterday's pupil. (Benjamin Franklin) "วันนี้" คือลูกศิษย์ของ "เมื่อวาน"
"And in the end it’s not the years in your life that count. It’s the life in your years.” (Abraham Lincoln) ที่สุดแล้ว คุณค่าของชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่คุณมีชีวิตอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับชีวิตที่คุณใช้ในจำนวนปีเหล่านั้น
วันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น
สิ่งที่พระเจ้าสร้างช่างสวยงามเกินบรรยาย
ในขณะที่ฉันมองอยู่นั้น ฉันสรรเสริญพระเจ้า สำหรับสิ่งสวยงามที่พระองค์ทำ
แล้วขณะที่ฉันนั่งอยู่นั้น ฉันก็รู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่กับฉันด้วย
พระองค์ถามฉันว่า “เจ้ารักเราหรือ”
ฉันตอบว่า “แน่นอน พระเจ้า พระองค์เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ เป็นผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์”
แล้วพระองค์ก็ถามว่า “ถ้าร่างกายของเจ้าพิการล่ะ? เจ้ายังจะรักเราหรือไม่”
ฉันรู้สึกงง ฉันมองลงไปที่ แขน ,ขา และที่ร่างกายของฉัน และสงสัยถึงสิ่งต่างๆ มากมายที่ฉันจะไม่สามารถทำได้ สิ่งที่ฉันมองข้ามไป
และฉันก็ตอบว่า “มันคงจะยากนะพระเจ้า แต่ข้าพระองค์จะยังรักพระองค์อยู่”
แล้วพระเจ้าก็พูดอีกว่า “ถ้าเจ้าตาบอดล่ะ? เจ้าจะยังรักสิ่งที่เราสร้างหรือไม่”
ฉันจะรักสิ่งต่างๆ โดยไม่เห็นมันได้อย่างไร?
แล้วฉันก็คิดถึงคนตาบอดมากมายในโลก และเขาเหล่านั้นยังรักพระเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง
แล้วฉันก็ตอบว่า “มันคงจะยากที่จะคิดถึงมัน แต่ข้าพระองค์ จะยังรักพระองค์”
แล้วพระเจ้าก็ถามฉันอีกว่า “ถ้าเจ้าหูหนวกล่ะ? เจ้าจะยังฟังคำของเราหรือไม่”
ฉันจะฟังสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร ถ้าฉันหูหนวก ?
แล้วฉันก็เข้าใจว่า การฟังพระคำของพระเจ้า ไม่ได้ใช้เพียงหูของเรา แต่ใช้หัวใจด้วย
ฉันจึงตอบไปว่า “มันคงจะยาก แต่ข้าพระองค์จะฟังพระคำของพระองค์”
พระองค์ถามว่า “ถ้าเจ้าเป็นใบ้ล่ะ? เจ้าจะยังสรรเสริญนามของเราหรือไม่”
ฉันจะสรรเสริญพระองค์โดยไม่มีเสียงได้อย่างไร
แล้วก็ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่า พระเจ้าต้องการให้เราร้องเพลงจากหัวใจและจิตวิญญาณ
ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับเสียงของเรา และการสรรเสริญพระเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงเพลงเสมอไป
แต่เมื่อเราถูกข่มเหง เราก็สรรเสริญพระเจ้าได้ด้วยคำขอบคุณ
แล้วฉันก็ตอบว่า “ถึงข้าพระองค์จะไม่สามารถร้องเพลงได้ แต่ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระนามของพระองค์”
และพระองค์ก็ถามว่า “เจ้ารักเราจริงหรือ”
ด้วยความกล้าหาญและการตัดสินใจที่แน่วแน่ ฉันตอบไปอย่างชัดเจนว่า
“ใช่แล้วพระเจ้า ข้าพระองค์รักพระองค์ เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เดียว และเป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้”
ฉันคิดว่า ฉันตอบได้ดีแล้ว แต่… พระเจ้าถามว่า “แล้วทำไมเจ้าถึงทำบาปล่ะ?”
ฉันตอบว่า “ก็ข้าพระองค์เป็นเพียงมนุษย์ ข้าพระองค์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ”
พระเจ้าตรัสอีกว่า “แล้วทำไมเวลาที่มีความสุขเจ้าถึงหลงไปจากทางของเรา?
แล้วทำไมเฉพาะเวลาที่มีความทุกข์เจ้าถึงอธิษฐานอย่างจริงจัง”
ไม่มีคำตอบ… มีเพียงน้ำตา
พระเจ้าตรัสต่อไปว่า
“ทำไมถึงร้องเพลงเวลาที่อยู่เป็นกลุ่มเท่านั้น แล้วเวลาที่อยู่คนเดียวล่ะ?
ทำไมถึงหาเราเฉพาะเวลาที่นมัสการ?
ทำไมถึงขอแต่สิ่งที่เห็นแก่ตัว ? ทำไมถึงขอแต่สิ่งที่ไม่ยั่งยืน ?”
น้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มของฉัน
“ทำไมเจ้าจึงละอายเรื่องของเรา ? ทำไมไม่ประกาศข่าวประเสริฐออกไป ?
ทำไมเวลาที่ถูกข่มเหง เจ้าจึงร้องไห้กับคนอื่นๆ ในขณะที่เรายกบ่าของเราให้เจ้าร้องไห้ ?
ทำไมจึงหาข้อแก้ตัว เมื่อเราให้โอกาสเจ้ารับใช้ในนามของเรา ?”
ฉันพยายามจะตอบ แต่ไม่สามารถตอบได้
“เจ้าได้รับพรในชีวิต เราสร้างเจ้าไม่ได้ให้เจ้าละทิ้งของประทานออกไป
เราได้อวยพรเจ้าให้มีความสามารถที่จะรับใช้เรา แต่เจ้าก็ยังหันเหไป
เราได้สำแดงพระคำของเราแก่เจ้า แต่เจ้าก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์
เราได้พูดกับเจ้า แต่หูของเจ้าก็ปิด
เราสำแดงพระพรของเราแก่เจ้า แต่เจ้าก็หันตาของเจ้าไปทางอื่น
เราได้ส่งผู้รับใช้ไปให้เจ้า แต่เจ้าก็นั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไร จนพวกเขาถูกดึงออกไป
เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้า และเราตอบทุกคำ”
“เจ้ารักเราจริงๆ หรือ”
ฉันไม่สามารถตอบได้ ฉันจะตอบได้อย่างไร
ฉันรู้สึกอึกอัก ฉันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ฉันจะบอกว่าอย่างไร ?
เมื่อหัวใจของฉันร้องไห้ และน้ำตาก็ไหลออกมา
ฉันพูดว่า “โปรดให้อภัยข้าพระองค์ด้วยพระเจ้า ข้าพระองค์ไม่ดีพอที่จะเป็นลูกของพระองค์”
พระองค์ตอบว่า “นั่นเป็นพระคุณของเรา ลูกเอ๋ย”
ฉันถามต่อไปว่า “แล้วทำไมพระองค์ยังสามารถให้อภัยข้าพระองค์ได้อีก? ทำไมยังรักข้าพระองค์ได้อีก?”
พระองค์ตอบว่า “เพราะว่าเจ้าเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา เจ้าเป็นลูกของเรา เราไม่เคยทอดทิ้งเจ้าไปไกลเลย
เมื่อเจ้าร้องไห้ เราก็จะเข้าใจและร้องไห้กับเจ้า
เมื่อเจ้าร้องตะโกนด้วยความชื่นชมยินดี เราก็จะหัวเราะไปกับเจ้าด้วย
เมื่อเจ้าล้ม เราก็จะหนุนกำลังเจ้า
เมื่อเจ้าตกต่ำ เราก็จะยกเจ้าขึ้น
เมื่อเจ้าเหนื่อย เราก็จะอุ้มเจ้าไว้
เราจะอยู่กับเจ้าจนถึงวันสุดท้าย และเราจะรักเจ้าตลอดไป”
ไม่เคยมีครั้งไหนที่ฉันร้องไห้หนักเท่านี้มาก่อน ฉันเย็นชาอย่างนี้ได้อย่างไร?
ฉันทำให้พระเจ้าเจ็บปวดอย่างที่ฉันทำได้อย่างไร?
ฉันถามพระเจ้าว่า “พระองค์รักข้าพระองค์มากเท่าใด?”
พระองค์ทรงกางแขนออก และฉันก็เห็นรอยตะปูบนมือของพระองค์
ฉันก้มลงแทบพระบาทของพระคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอด
และเป็นเวลาแรกที่ฉันอธิษฐานอย่างจริงจัง …
………………………………………………….
บทความนี้สำหรับทุกคนที่ได้อ่าน อาจจะมีบางสิ่งพิเศษ และสมควรจะได้รับการส่งต่อไป
อย่าเพียงแค่อ่านเรื่องนี้ แล้วลืมมัน ให้ใช้ในชีวิตของคุณด้วย ให้พระเจ้าอยู่ในชีวิตของคุณ
จำไว้ว่า พระเจ้ารักคุณเสมอ..
ขอพระเจ้าอวยพร…ค่ะ